“รมว.สธ.”ปรับทัพบุคลากรการแพทย์สู่ครีเอเตอร์ Health Influencer ผนึกกำลังกับ TikTok สร้างคอนเทนต์สื่อสาร ด้านสุขภาพยุคใหม่เข้าถึงเป้าหมายโดยตรงลดข่าวปลอม ยกระดับคุณภาพข้อมูล
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศวิสัยทัศน์ยกระดับการสื่อสารสุขภาพของประเทศ ด้วยภารกิจสร้างพันธมิตรกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก TikTok ขับเคลื่อนกับการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้เป็นกระบอกเสียงด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือในโลกออนไลน์

ความสำเร็จของก้าวแรก หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะ ได้ร่วมกำหนดทิศทางกับคุณชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy For Southeast Asia ของ TikTok (Thailand) ณ บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยี จำกัด ยกระดับการสื่อสารด้านสาธารณสุขผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอ้างอิงจากกรอบความร่วมมือ FIDES ขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ TikTok ซึ่งเป็นโครงการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและครีเอเตอร์จากหลายประเทศ มาช่วยกันผลิตคอนเทนต์สุขภาพตามหลักฐานทางวิชาการ เพื่อลดข่าวปลอมและยกระดับคุณภาพข้อมูลสุขภาพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อต่อสู้กับข่าวปลอมด้านสุขภาพบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ TikTok จะสนับสนุนการฝึกอบรมผลิตคอนเทนต์ให้บุคลากรของกระทรวงฯ และเครือข่ายครีเอเตอร์สายการแพทย์ รวมถึงสนับสนุน Credit สำหรับการเผยแพร่คอนเทนต์ด้านสุขภาพในวงกว้าง โดยแคมเปญนำร่องจะมุ่งเน้นการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และมะเร็ง ผ่านคอนเทนต์สั้น 15–60 วินาที พร้อมแคมเปญชาเลนจ์และแฮชแท็กเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง และการแปลงองค์ความรู้ทางการแพทย์ให้เป็นคอนเทนต์สั้นที่ถูกต้องและผ่านการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ ให้ตรงกับเป้าหมายกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน และครอบครัวที่รับข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเป็นหลัก

สอดรับก้าวที่สอง ด้วยโครงการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขสู่ Health Influencer ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ เรียนรู้ตั้งแต่การ “Trend ของ Social Media ในครึ่งปีหลัง 2026”, “Essential Skills for Influencer”, “Do and Don’t ตามกฎหมายไทย” ไปจนถึง Workshop เขียนบทสำหรับ
คลิปสุขภาพสั้น จากสมาคม Thai Health+Tech Trade Association และสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (TCCA) และผู้เชี่ยวชาญจากแพทยสภา เพื่อต่อยอดนำไปสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้น่าสนใจมากขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ย้ำเตือน 5 กับดักสำคัญ ที่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะก้าวสู่การเป็น Medical Influencer ต้องตระหนัก ได้แก่ การให้ข้อมูลผิดพลาดจากการตัดทอนเนื้อหาทางการแพทย์เพื่อความสั้นกระชับ, การใช้ Clickbait ที่บิดเบือนสาระทางวิชาการ, การละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย, ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of interest) เมื่อรับรีวิวสินค้า และการให้คำวินิจฉัยรายบุคคลผ่าน Comment ซึ่งมีความเสี่ยงทั้งทางกฎหมายและทางคลินิก

พร้อมกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะทำงานร่วมกับแพทยสภาและ อย. ในการกำหนดกรอบจริยธรรมและมาตรฐานการสื่อสารสุขภาพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อป้องกันการโฆษณาเกินจริง ลดข้อมูลที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยด้านสุขภาพในระยะยาว