การ์มิน เผยอินไซต์สุขภาพของผู้หญิงยุคใหม่ รับ Global Wellness Day ต่อยอดแคมเปญ H.E.R. สู่การเข้าใจสัญญาณร่างกายของผู้หญิงผ่านข้อมูลสุขภาพจากสมาร์ตวอตช์
กรุงเทพฯ (18 มิถุนายน 2569) – การ์มิน ผู้นำด้านสมาร์ตวอตช์ GPS ระดับโลก ชวนผู้หญิงกลับมารับฟังสัญญาณจากร่างกายของตัวเอง พร้อมเผยอินไซต์ด้านสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้หญิงยุคใหม่ เนื่องในโอกาส “Global Wellness Day” ผ่านแนวคิด H.E.R. (Hear Your Body, Empower Your Daily Decisions, Renew Your Everyday Life) ที่เชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายของตัวเอง และใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจร่างกาย สู่การวางแผนการดูแลสุขภาพในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในวันที่ผู้หญิงจำนวนมากต้องรับมือกับหลากหลายบทบาท ทั้งการทำงาน การดูแลครอบครัว และการใช้ชีวิตส่วนตัว ความเหนื่อยล้า ความเครียด และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอจึงกลายเป็นเรื่องที่หลายคนคุ้นชินจนมองข้ามไป การ์มินเชื่อว่าข้อมูลสุขภาพสามารถช่วยให้ผู้หญิงมองเห็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสาร และเปลี่ยนสัญญาณที่มักถูกมองข้ามให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในแต่ละวัน
มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย
มิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “การ์มินเชื่อว่าข้อมูลสุขภาพมีพลังในการช่วยให้ผู้คนเข้าใจร่างกายของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น เพราะหลายครั้งสัญญาณสำคัญของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสม ความเหนื่อยล้า คุณภาพการนอน หรือการฟื้นตัว อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นจนไม่ทันสังเกต การมีข้อมูลที่ช่วยสะท้อนสิ่งเหล่านี้จึงทำให้ผู้คนสามารถตัดสินใจดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองในแต่ละวัน แคมเปญ H.E.R. จึงถูกพัฒนาขึ้นจากแนวคิดที่อยากชวนให้ผู้คนกลับมารับฟังร่างกายของตัวเองมากขึ้น ผ่านการทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพในมิติที่รอบด้าน แม้แคมเปญจะได้รับแรงบันดาลใจจากความท้าทายด้านสุขภาพที่ผู้หญิงจำนวนมากกำลังเผชิญ ทั้งความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการให้ความสำคัญกับคนรอบตัวมากกว่าตัวเอง แต่หัวใจสำคัญของ H.E.R. ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงผู้หญิงเท่านั้น หากเป็นแนวคิดที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน เพราะเราเชื่อว่าการเข้าใจร่างกายคือจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาวะที่ดีและยั่งยืนสำหรับทุกคน”
ผู้หญิงจำนวนมากคุ้นชินกับการ “รับไหว” จนละเลยสัญญาณจากร่างกาย
ผู้หญิงยุคใหม่จำนวนไม่น้อยคุ้นชินกับการ “รับไหว” หรือ “จัดการได้ทุกอย่าง” จนละเลยความต้องการของตัวเอง สอดคล้องกับแนวคิด Superwoman Schema ที่อธิบายรูปแบบความคิดของผู้หญิงที่มักเก็บความเครียดและให้ความสำคัญกับผู้อื่นมากกว่าตัวเอง ส่งผลให้ความเหนื่อยล้าและภาวะหมดไฟไม่ได้เกิดจากการไม่แข็งแรงพอ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่สะสมร่วมกัน ทั้งแรงกดดันทางสังคม ความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน และการละเลยความต้องการของตัวเองเป็นเวลานาน
นอกจากแรงกดดันจากการใช้ชีวิตแล้ว ร่างกายผู้หญิงยังมีการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาที่ส่งผลต่อพลังงาน อารมณ์ คุณภาพการนอน การฟื้นตัว และการตอบสนองต่อความเครียดในแต่ละช่วงเวลา ทำให้ความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันอาจไม่เหมือนกันเสมอไป ขณะเดียวกัน ความเครียด การนอนหลับ และการฟื้นตัวก็เป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยจึงอาจยังรู้สึกเหนื่อยล้า แม้จะนอนครบชั่วโมงหรือพยายามพักผ่อนแล้วก็ตาม สัญญาณเล็ก ๆ เช่น การตื่นมาไม่สดชื่น รู้สึกเหนื่อยล้าต่อเนื่อง ไม่มีแรงจูงใจในการทำกิจกรรมประจำวัน หรือมีความเครียดสะสม อาจเป็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสาร การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่เพียงการพยายามทำให้มากขึ้นหรือฝืนให้ไหวกว่าเดิม แต่คือการกลับมาทำความเข้าใจว่าร่างกายกำลังบอกอะไร และตอบสนองต่อความต้องการเหล่านั้นอย่างเหมาะสม
เพราะร่างกายผู้หญิงไม่ได้เหมือนเดิมทุกวัน เข้าใจสัญญาณร่างกายเพื่อดูแลตัวเองให้ตรงจุด
ในทางปฏิบัติ การดูแลตัวเองของผู้หญิงจึงอาจเริ่มจากการทำความเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อร่างกายในแต่ละวัน โดยเฉพาะการนอนหลับและรอบเดือน ซึ่งสัมพันธ์กับพลังงาน อารมณ์ การฟื้นตัว และความพร้อมในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดพฤติกรรม Revenge Bedtime Procrastination หรือการยืดเวลานอนด้วยการใช้หน้าจอในช่วงดึก เพื่อช่วยให้ร่างกายเข้าสู่การพักผ่อนได้ดีขึ้น การให้ความสำคัญกับคุณภาพการนอนและการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ที่มีบทบาทต่อการฟื้นฟูร่างกาย รวมถึงการเลือกตัวช่วยหรือสารอาหารบางชนิดอย่างเหมาะสม เช่น แมกนีเซียม โดยเฉพาะแมกนีเซียมไกลซิเนต (Magnesium Glycinate) หรือแมกนีเซียมบิสไกลซิเนต (Magnesium Bisglycinate) ซึ่งมักถูกพูดถึงในบริบทของการนอนหลับ ขณะที่เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับจังหวะการนอนหลับและการตื่นของร่างกาย จึงควรใช้อย่างเหมาะสมเมื่อมีปัญหาการนอนหลับ
ขณะเดียวกัน รอบเดือนก็เป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของร่างกายผู้หญิง เพราะหลังมีประจำเดือนจนถึงช่วงก่อนไข่ตก ระดับเอสโตรเจน (Estrogen) อาจเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้หญิงบางคนรู้สึกมีพลังและพร้อมออกกำลังกายมากขึ้น ขณะที่ช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือช่วงที่มีอาการ PMS (Premenstrual Syndrome) ร่างกายอาจต้องการการดูแลที่แตกต่างออกไป ทั้งการพักฟื้น การปรับโภชนาการให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย เช่น การสังเกตความต้องการคาร์โบไฮเดรต โปรตีน หรือโซเดียม รวมถึงการปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย เช่น พิลาทิส โยคะ หรือการเคลื่อนไหวเบา ๆ มากกว่าการฝืนทำกิจกรรมหนักเท่าเดิมในทุกวัน
เปลี่ยนสัญญาณจากร่างกายให้เป็นข้อมูลที่เข้าใจได้
อย่างไรก็ตาม สัญญาณของร่างกายบางอย่างอาจไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนในทันที หรืออาจค่อย ๆ สะสมจนผู้หญิงหลายคนไม่ทันสังเกตว่าร่างกายกำลังเหนื่อยล้า เครียดสะสม หรือฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ ข้อมูลสุขภาพจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้มองเห็นสิ่งที่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสาร และเปลี่ยนความรู้สึกที่จับต้องได้ยากให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมาร์ตวอตช์การ์มินจึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยต่อยอดการสังเกตร่างกายให้กลายเป็นข้อมูลสุขภาพที่เข้าใจง่าย ผ่านฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพรวมและเข้าใจร่างกายของตัวเองได้ดีขึ้น อาทิ
- Body Battery™ แสดงระดับพลังงานสำรองของร่างกายในรูปแบบตัวเลขตั้งแต่ 0–100 โดยประมวลผลจากคุณภาพการนอน ระดับความเครียด และกิจกรรมระหว่างวัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าร่างกายมีพลังงานพร้อมใช้งานจริงเพียงใด และสามารถวางแผนกิจกรรมหรือการพักผ่อนได้อย่างเหมาะสม
- Sleep Score วิเคราะห์คุณภาพการนอนมากกว่าการนับจำนวนชั่วโมง โดยสะท้อนว่าร่างกายได้รับการฟื้นฟูเพียงพอหรือไม่ ทั้งการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมร่างกาย และการนอนหลับฝัน (REM Sleep) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการความเครียดและกระบวนการทำงานของสมอง
- Stress Level ช่วยติดตามระดับและรูปแบบความเครียดตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสังเกตได้ว่าร่างกายมีช่วงเวลาฟื้นตัวเพียงพอหรือไม่ และมองเห็นสัญญาณของความเครียดสะสมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- HRV Status (Heart Rate Variability Status) ช่วยสะท้อนความสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนระบบ “คันเร่ง” และ “เบรก” ของร่างกาย หาก Body Battery™ เปรียบเป็นตัวเลขที่บอกว่าร่างกายเหลือพลังงานอยู่เท่าใด HRV Status ก็เปรียบเสมือนตัวชี้วัดว่าร่างกายมีความพร้อมในการรับมือกับความเครียด ความท้าทาย และการใช้พลังงานเพิ่มเติมมากน้อยเพียงใด ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจได้ว่าร่างกายกำลังพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ หรือ กำลังต้องการการพักฟื้นมากกว่าที่คิด
- Recovery Time ช่วยประเมินระยะเวลาที่ร่างกายต้องการเพื่อฟื้นตัวหลังการออกกำลังกาย โดยอ้างอิงจากความหนักของกิจกรรม ระดับความฟิต และข้อมูลทางสรีรวิทยา เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานวางแผนการฝึกซ้อมและการพักผ่อนได้อย่างสมดุล
- Menstrual Cycle Tracking ช่วยให้ผู้หญิงสังเกตรูปแบบของร่างกายในแต่ละช่วงรอบเดือน เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ เช่น Body Battery™, Sleep Score และ Stress Level จะช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น และสามารถปรับกิจกรรม การออกกำลังกาย หรือการพักฟื้นให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา
Garmin Wellness Day ต่อยอดแนวคิด H.E.R. สู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
ภายใต้แคมเปญ H.E.R. การ์มินเดินหน้าต่อยอดแนวคิดการดูแลสุขภาพผู้หญิงผ่านข้อมูลเชิงลึกจากสมาร์ตวอตช์ เพื่อชวนผู้หญิงทำความเข้าใจร่างกายในมิติที่รอบด้านมากขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดของ “Global Wellness Day” ที่ชวนให้ทุกคนกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาวะของตัวเอง โดยล่าสุด การ์มินจึงได้ต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่กิจกรรม “Garmin Wellness Day” เพื่อสร้างพื้นที่ให้ผู้หญิงได้เรียนรู้ เข้าใจ และสัมผัสบทบาทของข้อมูลสุขภาพจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมของการ์มินในการดูแลร่างกายและสุขภาวะแบบองค์รวมอย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับ 3 แกนของแคมเปญ H.E.R. ได้แก่ HER RHYTHM – Hear Your Body ที่ชวนผู้เข้าร่วมผ่อนคลายร่างกายและจิตใจผ่าน Breathwork & Gentle Move พร้อมทดลองติดตามระดับความเครียดบนสมาร์ตวอตช์การ์มิน HER ENERGY – Empower Your Daily Decisions ที่ชวนทำความเข้าใจพลังงานและอัตราการเต้นของหัวใจผ่านคลาส Dynamic Mat Pilates เรียนรู้จังหวะที่ควรเร่ง รักษาระดับ หรือพักฟื้นร่างกาย และ HER BALANCE – Renew Your Everyday Life ช่วงพูดคุยด้านสุขภาพแบบองค์รวม โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และการเคลื่อนไหวให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจสัญญาณของร่างกายและนำข้อมูลสุขภาพไปปรับใช้กับการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นดูแลสุขภาพในแบบที่เข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมาร์ตวอตช์การ์มิน พร้อมติดตามข่าวสารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข่าว บล็อก รวมถึง @garmin_thailand บนโซเชียลมีเดีย
# # # # #
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดเยี่ยมชมศูนย์ข่าวของการ์มิน หรือติดตามเราได้ที่
เกี่ยวกับ การ์มิน
การ์มินก่อตั้งขึ้นในปี 2532 โดย แกรี่ เบอร์เรลล์ (Gary Burrell) และ ดร.มิน คาโอ (Dr. Min Kao) นับตั้งแต่เครื่องนำทางเครื่องแรก การ์มินได้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ในด้านการบิน ยานยนต์ การเดินเรือ กีฬาและออกกำลังกาย (ฟิตเนส) และกิจกรรมกลางแจ้ง ในตลาดโลก การ์มินเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้ชอบความท้าทาย นักกีฬา และผู้ที่ชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาและผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้วเพื่อรักษาคุณภาพสูงสุด การ์มินไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ไฮเทคเท่านั้น แต่ยังเป็นเพื่อนร่วมทางที่เชื่อถือได้ที่สุดในชีวิตประจำวันอีกด้วย ด้วยความมุ่งมั่นในการสำรวจและความหลงใหลในกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท การ์มินจึงมองหาความก้าวหน้าในประสิทธิภาพและการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การ์มินสามารถผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะที่มีความแม่นยำและความปลอดภัยสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่แอ็กทีฟสำหรับทุกคน
ปัจจุบัน การ์มินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่รัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสำนักงานทั่วโลกกว่า 80 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 16,000 ราย และมีสำนักงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 21 แห่ง พร้อมพนักงานกว่า 7,600 ราย โดยภูมิภาคนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์การ์มินในไต้หวัน และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญระดับโลกอีกด้วย การเลือกทำตลาดในประเทศไทยคราวนี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของการ์มิน ที่เลือกเจาะกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่ติดอันดับขนาดเศรษฐกิจใหญ่ของอาเซียน และมีอัตราการเติบโตของตลาดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความ แข็งแกร่งของแบรนด์การ์มินในระดับภูมิภาค
การ์มิน ดำเนินกิจการใน 5 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง
- ธุรกิจการบิน มอบโซลูชันแบบบูรณาการให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน เจ้าของอากาศยาน และผู้ดำเนินธุรกิจดำเนินการบิน รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและลูกค้าในภาคการป้องกันทางอากาศ
- ธุรกิจยานยนต์ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ อุปกรณ์นำทางด้วย GPS ส่วนบุคคล หรือการรับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และกล้องตามความต้องการ
- ธุรกิจการเดินทะเล ผลิตและนำเสนออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทะเล เชิงพาณิชย์และสันทนาการ อาทิ อุปกรณ์หาปลา เครื่องแผนที่เดินเรือ ซาวเดอร์ เครื่องเรดาร์ และระบบช่วยการเดินเรืออัตโนมัติ
- ธุรกิจฟิตเนส รวมถึงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อติดตามผลกิจกรรมการออกกำลังกาย และการติดตามสุขภาพประจำวัน อาทิ นาฬิกาวิ่งอัจฉริยะ นาฬิกามัลติสปอร์ต ไมล์จักรยาน พาวเวอร์มิเตอร์ และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ
- ธุรกิจกิจกรรมกลางแจ้ง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งอุปกรณ์พกพากลางแจ้ง นาฬิกาสำหรับกลางแจ้ง อุปกรณ์กอล์ฟ นาฬิกาสำหรับหน่วยงานความมั่นคง และอุปกรณ์ล่าสัตว์