ซอสมะแขว่น” นวัตกรรม FoodTech พลิกโฉมเครื่องเทศสมุนไพรไทย มัดใจนักชิมระดับโลก

หากพูดถึง “วาซาบิ” เราจะนึกถึงญี่ปุ่น และเมื่อพูดถึง “มัสตาร์ด” ภาพของวัฒนธรรมการกินแบบยุโรปและอเมริกาจะลอยขึ้นมาทันที แล้วถ้าเป็นรสชาติเผ็ดซ่าที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยล่ะ…ทั่วโลกควรจะนึกถึงอะไร?
นี่คือคำถามที่จุดประกายให้ บริษัท ชิมไทย จำกัด ลุกขึ้นมาทำภารกิจเปลี่ยน “มะแขว่น” เครื่องเทศพื้นบ้านของภาคเหนือ ให้กลายเป็นซอสซิกเนเจอร์ระดับโลก ภายใต้แนวคิดการสร้าง Signature Thai Flavor ที่พร้อมส่งต่อรสชาติไทยไปสู่ผู้บริโภคทั่วโลก

จุดเปลี่ยนจากชุมชน เมื่อเครื่องเทศพื้นบ้านเกือบจะสูญพันธุ์

คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ (แนน) ผู้บริหารจากชิมไทย เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นจากโทรศัพท์สายหนึ่งจากชุมชนที่กำลังจะตัดต้นมะแขว่นทิ้งทั้งหมด เพื่อเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น เนื่องจากมะแขว่นไม่มีตลาดรองรับและไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

คุณไอริณ ทวีเกื้อกูลกิจ

“วินาทีที่ชุมชนโทรมาบอกว่าจะตัดต้นมะแขว่นทิ้งเพราะขายไม่ได้ แนนรู้สึกว่ามันไม่ได้! เราจะปล่อยให้สมุนไพรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขนาดนี้หายไปไม่ได้” คุณไอริณ กล่าว ชิมไทยจึงตัดสินใจร่วมมือกับ 5 ชุมชนใน 3 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อยกระดับมะแขว่นจากเครื่องเทศพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง (High-Value Food) ที่สามารถผลิตได้ในระดับอุตสาหกรรม พร้อมนำนวัตกรรม FoodTech เข้ามาช่วยแก้โจทย์การผลิต ตั้งแต่การคัดแยกส่วนที่ให้รสขม การใช้เครื่องอบอินฟราเรดเพื่อรักษากลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย ไปจนถึงการปรับเนื้อสัมผัสให้เนียนละเอียด จนกลายเป็น “แม็กแวน ไทยฮอตซอส” (MAKVAN Thai Hot Sauce) หรือซอสมะแขว่นซิกเนเจอร์ของแบรนด์

นอกจากรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ผลการตรวจวิเคราะห์ยังพบว่ามะแขว่นมีสารสกัดธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและยับยั้งแบคทีเรีย ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องใช้สารกันบูด ตอบโจทย์เทรนด์ Clean Label ที่กำลังได้รับความนิยมในระดับโลก

กลยุทธ์ดีไซน์ Flavor Profile มัดใจ taste สากล โดยไม่ทิ้งรากเหง้า

ความท้าทายสำคัญของชิมไทยคือการทำให้รสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมะแขว่นสามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลกได้ แบรนด์จึงเลือกศึกษาพฤติกรรมของตลาดเครื่องปรุงรส (Condiment) ระดับโลก และพัฒนารสชาติให้สามารถดึงจุดเด่นของมะแขว่นออกมาได้อย่างลงตัว ด้วยความเผ็ดซ่าที่ขึ้นและลงเร็วคล้ายวาซาบิหรือมัสตาร์ด พร้อมกลิ่นหอมสดชื่นในโทน Citrus ที่ชวนให้นึกถึงเปลือกส้มหรือส้มยูซุ จากเอกลักษณ์ดังกล่าว ชิมไทยได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์เป็นซีรีส์ซอสหลากหลายรูปแบบ ทั้งฮอตซอส สไปซี่มาโย และบาร์บีคิวซอส ที่สามารถรับประทานคู่กับอาหารนานาชาติได้อย่างลงตัว พร้อมสร้าง Storytelling ผ่านการจับคู่กับเกลือภูเขาอายุกว่า 800 ปีจากจังหวัดน่าน จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Agri Plus Award 2026 มาครองได้สำเร็จ

Thai Kitchen สปริงบอร์ดสำคัญสู่เวที Soft Power ระดับโลก

บนเส้นทางการผลักดันให้ “มะแขว่น” กลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของประเทศไทย โครงการ Thai Kitchen: Crafted FoodTech Accelerator Program โดยความร่วมมือของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งนำทีมโดยคุณมณฑา ไก่หิรัญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้น คุณเธียรวนันต์ จอมสืบ นักส่งเสริมนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ รศ.ดร. กิติพงษ์ รัตนาภรณ์ หัวหน้าโครงการ Thai Kitchen 2026 ดร. อริสรา ทองเพ็ชร์ ผู้จัดการโครงการ Thai Kitchen 2026 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เข้ามาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการต่อยอดธุรกิจ ผ่านการให้คำปรึกษาจาก Mentor และ Coach ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหาร การเปิดโอกาสในการจับคู่ธุรกิจในเวทีระดับโลก และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับเครือข่ายพันธมิตรและแหล่งทุนสนับสนุนนวัตกรรมของ NIA

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของชิมไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงบนชั้นวางสินค้าในประเทศไทย แต่ได้เริ่มส่งออกไปยัง สปป.ลาว และไต้หวันแล้ว พร้อมเดินหน้าขยายตลาดสู่สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้ “มะแขว่น” กลายเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ผู้บริโภคทั่วโลกนึกถึงเช่นเดียวกับวาซาบิและมัสตาร์ด

เพราะในวันที่ทั่วโลกต่างมีเครื่องเทศและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง “มะแขว่นไทย” ก็อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบของ Soft Power ด้านอาหารไทย ที่พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของชุมชน วัฒนธรรม และนวัตกรรมไทยสู่เวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ

You may have missed